Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ

30 กันยายน 2025

Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ

Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ SGE มี 6 ขั้นตอน ไวน์เทสติ้ง มาฝาก
ใครอยากเรียนรู้การชิมไวน์อย่างถูกวิธี หรือ อยากพัฒนาตนเอง สู่การเป็นนักชิมไวน์ หรือ ซอมเมอลิเยร์ มืออาชีพ แล้วละก็ ไม่ควรพลาด

Wine Tasting คือ

Wine Tasting คือ

Wine Tasting คือ ทักษะที่นักชิมไวน์ หรือ ซอมเมอลิเยร์ ต้องมี เพราะจะช่วยให้รู้ว่าไวน์ขวดนั้น ๆ มีบอดี้ Acidity ปริมาณแทนนิน ปริมาณแอลกอฮอลล์ กลิ่นและรสชาติ เป็นอย่างไร จะได้เป็นข้อมูลให้นักดื่มไวน์ใช้ตัดสินใจเลือกซื้อ ทำให้ซอมเมอลิเยร์สามารถคัดเลือกไวน์คุณภาพดีเข้าร้าน fine-dining ได้ ตลอดจน เป็นการการันตีว่าไวน์ขวดนั้น ๆ มีคุณภาพหรือไม่อีกด้วย

ไวน์เทสติ้ง มีกี่ประเภท

ไวน์เทสติ้ง มีกี่ประเภท

ไวน์เทสติ้งแบบเป็นทางการ

เป็นงานชิมไวน์ของนักชิมไวน์ หรือ ซอมเมอลิเยร์ มืออาชีพ ส่วนใหญ่เป็นการชิมแบบปิดตา (Blind Tasting) เพื่อทดสอบและท้าทายประสาทการรับรู้รสของแต่ละคนให้มากที่สุด โดยไวน์เทสติ้งประเภทนี้ จะมีการเขียนไวน์เทสติ้งโน้ต และ ให้คะแนนกันอย่างจริงจัง เพราะจะเป็นข้อมูลอ้างอิงของไวน์ขวดนั้น ๆ ซึ่งจะถูกจำหน่ายไปทั่วโลก

ไวน์เทสติ้งแบบไม่เป็นทางการ

งานไวน์เทสติ้ง ที่ถูกจัดขึ้นโดยผู้นำเข้าไวน์หรือสถานที่ที่จัดงาน เช่น โรงแรม ร้านอาหาร เพื่อส่งเสริมการตลาด ส่วนใหญ่เป็นการชิมเพื่อความบันเทิง จะมืออาชีพ มือใหม่ หรือ มือสมัครเล่น ก็สามารถเข้าร่วมได้ มักจัด 3 รอบต่อวัน คือ กลางวัน บ่าย และ เย็น

ไวน์เทสติ้ง ตอนไหนดีที่สุด

ไวน์เทสติ้ง ตอนไหนดีที่สุด

เวลาทำ ไวน์เทสติ้ง ที่ดีที่สุด คือ หลังจากกินข้าวเช้า หรือ ข้าวเที่ยง อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะหากชิมไวน์ตอนท้องว่าง จะทำให้เมาง่าย และ ไม่สามารถไวน์เทสติ้งขวดอื่น ๆ ได้ จึงควรกินให้อิ่มท้อง ก่อนชิมไวน์ทุกครั้ง

Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน

Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน

การทำ ไวน์เทสติ้ง มี 6 ขั้นตอน คือ ดู (See) เขย่า (Swirl) ดม (Smell) จิบ (Sip) บ้วนทิ้ง (Spit) กลืนลงคอ (Swallow) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า 6S โดยขั้นตอนต่าง ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ดู (See)

ดูสีของไวน์ โดยการยกแก้วไวน์ขึ้นสูงในแนวเฉียง ให้โดนแสงสว่าง ถ้ามีกระดาษขาว ให้ใช้เป็นพื้นหลัง จะช่วยให้เห็นสีของไวน์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยสีของไวน์ สามารถบ่งบอกได้ถึง 3 เรื่อง คือ

  • ประเภทไวน์ : ดูว่าไวน์มีสีอะไร เพื่อบ่งบอกว่าคือ ไวน์ขาว ไวน์แดง ไวน์โรเซ่ หรือ ไวน์ส้ม
  • สายพันธุ์องุ่น : สีของไวน์ บอกสายพันธุ์องุ่นที่ใช้ทำไวน์ได้ เช่น ไวน์ขาว Chardonnay มีสีเหลืองอ่อนคล้ายฟางข้าว ไวน์แดง Pinot Noir มีสีแดงจาง ในขณะที่ ไวน์แดง Cabernet จะมีสีแดงเข้มออกม่วง เป็นต้น
  • อายุไวน์ : สีของไวน์ บอกถึงอายุไวน์ได้ โดยไวน์แดงอายุน้อย จะมีสีแดงเข้มจนถึงม่วงเข้ม แต่ถ้าอายุมาก สีจะเริ่มอ่อนลง จนมีสีแดงอ่อนหรือส้มอิฐ ส่วนไวน์ขาวอายุน้อย สีจะเหลืองใส แต่ถ้าอายุมาก ไวน์ขาวจะมีสีเหลืองเข้มขึ้น

ทั้งนี้ ควรสังเกตรายละเอียดอื่น ๆ ของไวน์ด้วย เพราะจะช่วยบ่งบอกถึงคุณภาพของไวน์ได้ เช่น จำนวนฟองของไวน์ ยิ่งฟองขึ้นน้อย และ ฟองละเอียดมากเท่าไหร่ ตอนดื่มก็จะได้รับกลิ่นและรสชาติที่ดีเยี่ยมมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงความโปร่งใสของสี และ สิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ที่อาจเจือปนอยู่ในไวน์

2. เขย่า (Swirl)

เขย่าแก้วไวน์ เพื่อให้กลิ่นของไวน์ลอยโชยขึ้นมา จะได้ดมกลิ่นได้ง่ายขึ้น โดยมีเทคนิคคือ ให้ยกแก้วขึ้นเล็กน้อย แล้วตั้งศอกให้ทำมุมกับลำตัว ประมาณ 90 องศา จากนั้น จับก้านแก้วแล้ววนแก้วซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ โดยรอบแรก ให้วนแก้วอย่างช้า ๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วเล็กน้อย เพื่อให้ไวน์สัมผัสกับออกซิเจนมากขึ้น

3. ดม (Smell)

ดมกลิ่นไวน์ เพื่อแยกแยะว่ามีกลิ่นอะไรบ้าง โดยยกแก้วขึ้น ให้ปากแก้วอยู่ชิดกับปลายจมูก จากนั้น สูดหายใจเข้าลึก ๆ ให้จมูกของคุณสัมผัสถึงกลิ่นที่อยู่ในไวน์ หลัก ๆ แล้ว กลิ่นที่มักจะได้รับ มีอยู่ 9 กลิ่น คือ กลิ่นสัตว์ กลิ่นยางไม้ กลิ่นเนื้อไม้ กลิ่นทางเคมี กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นเครื่องเทศ และ กลิ่นจำเพาะอื่น ๆ

4. จิบ (Sip)

ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เพื่อสัมผัสถึงรสชาติ โดยเราจะไม่ยกขึ้นดื่ม แล้วกลืนลงคอในทันที แต่จะใช้วิธีจิบในปริมาณเล็กน้อย แล้วกลิ้งหรือเคี้ยวไวน์ในปาก อย่างน้อย 10 วินาที ให้รสชาติของไวน์อบอวลไปทั่วทั้งลิ้น จะทำให้รับรู้ถึงรสชาติไวน์ได้ดียิ่งขึ้น

5. บ้วนทิ้ง (Spit)

หลังจากจิบ แล้วกลิ้งหรือเคี้ยวไวน์ในปาก จนสัมผัสได้ถึงรสชาติของไวน์แล้ว ให้บ้วนทิ้งทันที วิธีนี้ จะช่วยให้ลิ้นของคุณไม่ปนเปื้อนไวน์ขวดนั้น ๆ สามารถล้างปากด้วยน้ำเปล่า แล้วพร้อมไวน์เทสติ้งขวดต่อไปได้เลย

6.กลืนลงคอ (Swallow)

หากต้อง ไวน์เทสติ้ง โดยการจิบไวน์แค่ไม่กี่ขวด จะจิบแล้วกลืนลงคอทันทีเลยก็ได้ แต่ถ้าต้องชิมไวน์หลาย ๆ ตัวแล้วละก็ แนะนำให้จิบไวน์แล้วบ้วนทิ้ง จะดีที่สุด

ทำไมควรเขียน ไวน์เทสติ้งโน้ต ทุกครั้ง

ทำไมควรเขียน ไวน์เทสติ้งโน้ต ทุกครั้ง

ระหว่างทำไวน์เทสติ้ง หรือ หลังจากทำไวน์เทสติ้ง ควรเขียนไวน์เทสติ้งโน้ตทุกครั้ง เพื่อให้สามารถจดจำอัตลักษณ์ของไวน์ขวดนั้น ๆ ได้ เนื่องจากพอเวลาผ่านไปสักพัก เราอาจหลงลืม หรือ จำความรู้สึกตอนดื่มไวน์นั้น ๆ ไม่ได้ การเขียนเทสติ้งโน้ต จะช่วยให้เรามีข้อมูลไวน์นั้น ๆ อยู่ในมือ ทำให้ไม่ต้องทำไวน์เทสติ้งใหม่ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา และ ยังเป็นการบันทึกถึงความรู้สึกแรกของเราที่มีต่อไวน์ อันเป็นตอนที่ลิ้นของเรามีสัมผัสที่เที่ยงตรงมากที่สุดเอาไว้อีกด้วย

โดยรายละเอียดของไวน์ที่ขวดมี ได้แก่ ชื่อไวน์ แหล่งผลิตไวน์ สายพันธุ์องุ่นที่ใช้ทำไวน์ วันที่ดื่ม แก้วไวน์ที่ใช้ดื่ม ตลอดจนกลิ่นและรสชาติ บอดี้ของไวน์ Acidity ปริมาณแทนนิน ปริมาณแอลกอฮอลล์ เป็นต้น ซึ่งยิ่งเราเขียนรายละเอียดมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลของไวน์ หรือ รู้ถึงความแตกต่างของไวน์ขวดนั้น ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 6 ขั้นตอน ไวน์เทสติ้ง ที่ SGE นำมาฝาก ทำตามได้ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะ หากใครอยากเรียนรู้การชิมไวน์อย่างถูกวิธี หรือ อยากพัฒนาตนเอง สู่การเป็นนักชิมไวน์ หรือ ซอมเมอลิเยร์ มืออาชีพ แล้วละก็ ลองทำตามได้เลย รับรองว่า จะช่วยให้คุณชิมไวน์ได้อย่างถูกวิธี สามารถลิ้มรสชาติไวน์ ได้แบบมืออาชีพ แน่นอน

สำหรับใครที่อยากฝึกชิมไวน์ เพื่อเริ่มต้นก้าวสู่การเป็นนักชิมไวน์ชั้นนำของประเทศ แล้วยังไม่มีตู้แช่ไวน์ สำหรับเก็บไวน์ให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสม คงรสชาติและคุณภาพไว้ได้เป็นอย่างดีแล้วละก็ ขอแนะนำ ตู้แช่ไวน์ SGE มาพร้อมฟังค์ชั่นสุดพิเศษ! ที่จะทำให้เก็บไวน์ได้คุณภาพไปอีกขั้น

ควบคุมอุณหภูมิ (5 – 20 องศาเซลเซียส)
หน้าจอระบบสัมผัส
ระบบไฟ LED
ชั้นวางวัสดุคุณภาพ
ละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ
รักษาความสะอาดปลอดสาร CFC
ประหยัดพลังงาน

Advertisement

SGE Logo
Spring Green Evolution

ที่โชว์รูม SGE เราให้คุณได้ ทดลองใช้งานสินค้าฟรี เพราะเราอยากให้การผลิตของคุณเป็นเรื่อง ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม

สินค้า SGE

เครื่องซีลสูญญกาศ SGE
เครื่องซีลสูญญากาศ
Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ
ถุงซีลสูญญากาศ
Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ
เครื่องสไลด์
Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ
ตู้อบลมร้อน
Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ
เตาอบขนม
Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ
เครื่องตีแป้ง
Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ
เครื่องบดหมู
Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ
เครื่องซูวี

Advertisement

Published On: กันยายน 30th, 2025|Categories: บทความ|Views: 751|

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ
เขียนโดย
TN

Content Writer สายกิน ที่ชื่นชอบของอร่อย และอยากรู้จักเมนูอาหารให้มากขึ้น

Share

ติดตามเรา

ค้นหาสูตรอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • เจลาโต้ คืออะไร? ทำไมถึงแพง และ เนื้อเนียนระดับ Ultra Smooth

    เจลาโต้ คืออะไร? ทำไมถึงแพง และ เนื้อเนียนระดับ Ultra Smooth

  • ปลาหมอคางดํา กินได้ไหม ไขทุกข้อสงสัย พร้อมเทียบชัด ๆ ต่างจากปลานิลอย่างไร

    ปลาหมอคางดํา กินได้ไหม? ไขทุกข้อสงสัย พร้อมเทียบชัด ๆ ต่างจากปลานิลอย่างไร

  • เครื่องสไลด์ขนมปัง ยี่ห้อไหนดี แนะนำ 10 รุ่นน่าใช้ ในปี 2026 ตอบโจทย์คนรักเบเกอรี่

    เครื่องสไลด์ขนมปัง ยี่ห้อไหนดี แนะนำ 10 รุ่นน่าใช้ ในปี 2026 ตอบโจทย์คนรักเบเกอรี่

  • มัทฉะเกรดพิธีการ คืออะไร? วิธีเลือกซื้อและเก็บรักษาให้ได้คุณภาพดีที่สุด

    มัทฉะเกรดพิธีการ คืออะไร? วิธีเลือกซื้อและเก็บรักษาให้ได้คุณภาพดีที่สุด