Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ

25 สิงหาคม 2025

Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ

Table Of Contents

ใครที่คิดว่ากิน ผักผลไม้แล้วช่วยลดน้ำหนักได้เสมอ บอกเลยว่าคิดผิดค่ะ เพราะผลไม้แต่ละชนิด ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดไม่เหมือนกัน บางชนิดทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว ทำให้อิ่มไม่นาน หรืออาจส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักได้ ซึ่งมีตัววัดที่เรียกว่า ดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ Glycemic Index คืออะไร และช่วยให้เลือกอาหารได้เหมาะสมยังไงบ้าง

ดัชนีน้ำตาล (GI) คืออะไร ?

Glycemic Index (GI) หรือ ดัชนีน้ำตาล คือค่าที่ใช้บอกว่าอาหารแต่ละชนิดเมื่อรับประทานแล้ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเร็วหรือช้าแค่ไหน ถ้าอาหารมีค่า GI สูง น้ำตาลจะพุ่งเร็วและทำให้หิวไว แต่ถ้า GI ต่ำ น้ำตาลจะค่อย ๆ ขึ้น ช่วยให้อิ่มนาน ควบคุมน้ำหนักได้ง่าย และลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้

ความหมายของค่าดัชนีน้ำตาล (GI)

  • อาหาร GI สูง (70 ขึ้นไป) ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นเร็ว เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว น้ำอัดลม ของหวาน
  • อาหาร GI ปานกลาง (56–69) เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต มันฝรั่ง
  • อาหาร GI ต่ำ (55 หรือต่ำกว่า) ทำให้น้ำตาลขึ้นช้า ค่อย ๆ ปล่อยพลังงาน เช่น ถั่วต่าง ๆ ข้าวโอ๊ต ผักใบเขียว ผลไม้รสไม่หวานจัด

อ้างอิงข้อมูลจาก

ทำไมดัชนีน้ำตาลถึงมีความสำคัญ?

ดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) มีความสำคัญ เพราะช่วยให้เรารู้ว่าอาหารส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างไร การเลือกอาหารที่มีค่า GI ต่ำ จะช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน และช่วยให้อิ่มนานขึ้น เหมาะกับทั้งคนทั่วไปและผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งความสำคัญของดัชนีน้ำตาล (GI) มีดังนี้

1.การควบคุมโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวานสามารถใช้ดัชนีน้ำตาลเป็นแนวทางเลือกอาหารที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไตและโรคหัวใจ

2.การควบคุมน้ำหนัก

อาหารที่มีค่า GI ต่ำช่วยให้อิ่มนาน ลดความหิวระหว่างวัน และช่วยลดการกินเกินความจำเป็น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือรักษารูปร่าง

3.การลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

การกินอาหาร GI ต่ำช่วยป้องกันภาวะดื้อต่ออินซูลิน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และกลุ่มอาการเมตาบอลิก

4.การดูแลสุขภาพโดยรวม

แม้จะไม่ใช่ผู้ป่วยเบาหวาน แต่การเลือกอาหารโดยคำนึงถึงค่า GI จะช่วยให้ระดับพลังงานคงที่ ไม่ง่วงหลังอาหาร และดูแลสุขภาพระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่อระดับดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index: GI)

ค่าดัชนีน้ำตาลของอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้ค่า GI ของอาหารเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นวิธีการปรุง ระดับการแปรรูป ปริมาณไฟเบอร์ ส่วนประกอบอื่น ๆ ในมื้ออาหาร รวมถึงความสุกของผลไม้ แต่ละปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อความเร็วในการย่อยและดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ซึ่งจะสะท้อนออกมาเป็นค่าดัชนีน้ำตาลที่แตกต่างกัน

  • วิธีการปรุงอาหาร การต้ม บด หรือทำให้อาหารเละมากเกินไป มักทำให้ค่า GI สูงขึ้น
  • ระดับการแปรรูป อาหารที่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว มักมีค่า GI สูงกว่าอาหารไม่ขัดสี
  • ปริมาณไฟเบอร์ อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ถั่ว ธัญพืช จะช่วยลดค่า GI ได้
  • ส่วนประกอบอื่น ๆ โปรตีนหรือไขมันที่กินร่วมกับคาร์โบไฮเดรต จะช่วยชะลอการดูดซึม ทำให้ค่า GI ต่ำลง
  • ความสุกของผลไม้ ผลไม้ที่สุกจัดมีค่า GI สูงกว่าผลไม้ที่ยังไม่สุกเต็มที่

ค่าดัชนีน้ำตาลในอาหารกลุ่มต่าง ๆ

ค่าดัชนีน้ำตาลในอาหารกลุ่มต่าง ๆ

รายการอาหารแบ่งตามค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าอาหารนั้นๆ จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเร็วแค่ไหน โดยแบ่งได้ 3 กลุ่มคือ

  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ (<55) อาหารกลุ่มนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นช้า เช่น เสาวรส, หัวหอม, เชอร์รี่, ถั่วแดง, มะนาว, แอปเปิล, พรุน, มะเขือยาว, อะโวคาโด, บลูเบอร์รี่, ลูกแพร
  • ดัชนีน้ำตาลปานกลาง (56-69) อาหารกลุ่มนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นในระดับปานกลาง เช่น ครัวซองต์, ขนมปัง, มะพร้าว, มัฟฟิน, กีวี, แตงโม, แครอท, ลูกเกด, ไอศกรีม, มะเดื่อ, ลูกแพร์, วาฟเฟิล
  • ดัชนีน้ำตาลสูง (>70) อาหารกลุ่มนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ข้าวกล้อง, มันฝรั่ง, นม, เบียร์, ขนมปังโฮลวีท, ข้าวโพดคั่ว, เฟรนช์ฟราย, มันบด, น่องไก่, โดนัท, ขนมปังโฮลเกรน

สำหรับผลไม้ก็เช่นกัน ผลไม้น้ำตาลต่ำ เช่น แอปเปิล ลูกแพร์ เสาวรส บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ และมะนาว จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นช้าและอิ่มนาน ส่วนผลไม้น้ำตาลสูง เช่น มะม่วงสุก ลำไย ทุเรียน กล้วย สัปปะรด และแตงโม อาจทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว จึงควรรับประทานในปริมาณพอดี

Glycemic Index (GI) หรือ ดัชนีน้ำตาล ช่วยให้เรารู้ว่าอาหารแต่ละชนิดส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดอย่างไร ดังนั้นควรเลือกกิน ผักที่มีกากใยสูง ผลไม้น้ำตาลน้อย และธัญพืชไม่ขัดสี จะช่วยควบคุมน้ำตาล บำรุงสุขภาพ และทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้นในระยะยาว

Advertisement

SGE Logo
Spring Green Evolution

ที่โชว์รูม SGE เราให้คุณได้ ทดลองใช้งานสินค้าฟรี เพราะเราอยากให้การผลิตของคุณเป็นเรื่อง ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม

สินค้า SGE

เครื่องซีลสูญญกาศ SGE
เครื่องซีลสูญญากาศ
Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ
ถุงซีลสูญญากาศ
Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ
เครื่องสไลด์
Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ
ตู้อบลมร้อน
Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ
เตาอบขนม
Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ
เครื่องตีแป้ง
Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ
เครื่องบดหมู
Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ
เครื่องซูวี

Advertisement

Published On: สิงหาคม 25th, 2025|Categories: บทความ|Views: 363|

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Glycemic Index (GI) คืออะไร? รู้จักดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อสุขภาพ
เขียนโดย
thanyachanok

นักอยากเขียนที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ ชอบเสาะหาของอร่อยและเคล็ดลับคู่ครัวมาแบ่งปัน ขอเปลี่ยนความสุขจากการชิมมาบอกเล่าผ่านตัวอักษร ที่รับรองว่าอ่านแล้วต้องเผลอหิวตามแน่นอน

Share

ติดตามเรา

ค้นหาสูตรอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • เจลาโต้ คืออะไร? ทำไมถึงแพง และ เนื้อเนียนระดับ Ultra Smooth

    เจลาโต้ คืออะไร? ทำไมถึงแพง และ เนื้อเนียนระดับ Ultra Smooth

  • ปลาหมอคางดํา กินได้ไหม ไขทุกข้อสงสัย พร้อมเทียบชัด ๆ ต่างจากปลานิลอย่างไร

    ปลาหมอคางดํา กินได้ไหม? ไขทุกข้อสงสัย พร้อมเทียบชัด ๆ ต่างจากปลานิลอย่างไร

  • เครื่องสไลด์ขนมปัง ยี่ห้อไหนดี แนะนำ 10 รุ่นน่าใช้ ในปี 2026 ตอบโจทย์คนรักเบเกอรี่

    เครื่องสไลด์ขนมปัง ยี่ห้อไหนดี แนะนำ 10 รุ่นน่าใช้ ในปี 2026 ตอบโจทย์คนรักเบเกอรี่

  • มัทฉะเกรดพิธีการ คืออะไร? วิธีเลือกซื้อและเก็บรักษาให้ได้คุณภาพดีที่สุด

    มัทฉะเกรดพิธีการ คืออะไร? วิธีเลือกซื้อและเก็บรักษาให้ได้คุณภาพดีที่สุด