แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่

4 กันยายน 2025

แคลอรี่คืออะไร

เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมบางคนกินน้อยแล้วยังอ้วนอยู่ ? ทำไมบางคนกินเยอะถึงไม่อ้วน ? จริง ๆ แล้วคำตอบอยู่ที่ แคลอรี่ ที่เราได้รับในแต่ละวัน แล้วแคลอรี่คืออะไร ร่างกายของเราต้องการแคลอรี่วันละเท่าไร มาทำความรู้จักกับแคลอรี่ไปพร้อมกันเลย

แคลอรี่คืออะไร?

แคลอรี่ (Calorie) คือ หน่วยวัดพลังงาน ของอาหารและเครื่องดื่มที่เราบริโภคเข้าไป และเป็นพลังงานที่ร่างกายใช้ในกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การหายใจ การเดิน การทำงาน หรือแม้แต่การนอนหลับ ร่างกายจะดึงพลังงานออกมาใช้ตลอดเวลา

โดยแคลอรี่ที่ได้รับจากอาหาร จะคำนวณจากสารอาหารหลักที่ร่างกายมนุษย์ควรจะได้รับคือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ และไขมัน ส่วนแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งในทางโภชนาการ เรามักใช้คำว่า กิโลแคลอรี่ (kcal) มากกว่า 1 kcal = 1,000 แคลอรี่ ดังนั้น อาหารที่ระบุว่า 250 แคลอรี่ จริง ๆ แล้วหมายถึง 250 กิโลแคลอรี่ ซึ่งเป็นค่าที่ใช้คำนวณพลังงานในชีวิตประจำวัน

คำนวณจากน้ำหนักของแต่ละคน x 25 กิโลแคลอรี่ (ร่างกายคนเราต้องการพลังงานวันละ 25 กิโลแคลอรี่ ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) และการรับประทานแคลอรี่มากเกินกว่าที่ร่างกายใช้ จะถูกเก็บสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน ซึ่งทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน การเผาผลาญแคลอรี่มากกว่าที่รับประทานเข้าไป จะทำให้น้ำหนักลดลงได้

ในหนึ่งวันควรได้รับกี่แคลอรี่

ปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายของแต่ละคนควรได้รับต่อวัน จะแตกต่างกันออกไปตามปัจจัยต่าง ๆ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และมีหลายจุดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่

1.เพศ
ผู้ชาย ควรได้รับพลังงานจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในปริมาณ 2,500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน เพราะผู้ชายมักมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่าและมี BMR สูงกว่าผู้หญิง ในขณะที่ผู้หญิงควรได้รับพลังงานในแต่ละวันไม่เกิน 2,000 กิโลแคลอรี่

2.อายุ
คนวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ตอนต้นจะมีอัตราการเผาผลาญสูง ต้องการแคลอรี่มากกว่า แต่เมื่ออายุมากขึ้น การเผาผลาญลดลงเพราะมวลกล้ามเนื้อลดลง BMR โดยทั่วไปลดลงประมาณ 1–2% ทุก ๆ ทศวรรษหลังอายุ 20 ปี ทำให้ปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับ แตกต่างออกไปด้วย

3.น้ำหนัก ส่วนสูง และองค์ประกอบร่างกาย
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากจะใช้พลังงานในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากกว่า เนื่องจากต้องแบกรับมวลร่างกายที่หนักกว่า ขณะที่คนที่มีส่วนสูงมากกว่าก็ต้องการพลังงานมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

อาหารที่มีแคลอรี่สูง

ชานม คุ้กกี้ ไก่ทอด

อาหารบางชนิดให้พลังงานสูงแม้จะรับประทานในปริมาณไม่มาก ซึ่งหากไม่ได้ควบคุมปริมาณก็อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย ได้แก่

  • ของทอดและอาหารมัน เช่น ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ หมูสามชั้นทอดกรอบ ที่ให้พลังงานสูงจากไขมัน ทำให้หากกินเข้าไปอาจทำให้ไขมันสะสมจนกลายเป็นไขมันส่วนเกินได้
  • ขนมหวานและเบเกอรี่ เช่น เค้ก คุกกี้ โดนัท ซึ่งมักมีทั้งน้ำตาลและไขมัน
  • อาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น พิซซ่า เบอร์เกอร์ ซึ่งมีทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และเกลือสูง
  • เครื่องดื่มรสหวาน เช่น น้ำอัดลม ชานมไข่มุก กาแฟใส่น้ำตาลหรือวิปครีม
  • แอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ ไวน์ ค็อกเทล ที่นอกจากพลังงานสูงแล้ว ยังไม่มีสารอาหารที่จำเป็นอีกด้วย

อาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ

แอปเปิ้ล อกไก่ ข้าวกล้อง ไข่ต้ม ผัก

อาหารที่มีแคลอรี่ต่ำเหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือรักษาสุขภาพ เพราะสามารถกินได้ในปริมาณมากโดยไม่ทำให้ได้รับพลังงานเกินความจำเป็น

  • ผักใบเขียว เช่น ผักสลัด ผักบุ้ง คะน้า ให้พลังงานต่ำ แต่มีไฟเบอร์สูงช่วยให้อิ่มนาน
  • ผลไม้ไม่หวานจัด เช่น แอปเปิล ฝรั่ง เบอร์รี่ แตงโม ให้พลังงานน้อยและอุดมไปด้วยวิตามิน
  • โปรตีนไม่ติดมัน เช่น อกไก่ ปลา เต้าหู้ ไข่ต้ม ให้พลังงานต่ำแต่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ
  • ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ควินัว อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ทำให้อิ่มนานกว่า
  • อาหารต้ม นึ่ง ย่าง เช่น ซุปผัก ปลาเผา อกไก่นึ่ง ให้พลังงานน้อยกว่าการทอดในน้ำมัน

วิธีคำนวณแคลอรี่

หน้าจอวัดแคลอรี่

เพื่อให้สามารถควบคุมน้ำหนัก และได้รับปริมาณสารอาหารอย่างเหมาะสม จึงควรรู้ว่า ต้องคำนวณแคลอรี่อย่างไร โดยสารอาหารแต่ละประเภทนั้น จะมีจำนวนแคลอรี่ในปริมาณ 1 กรัม ดังนี้

  • คาร์โบไฮเดรต 4 กิโลแคลอรี่ / กรัม
  • โปรตีน 4 กิโลแคลอรี่ / กรัม
  • ไขมัน 9 กิโลแคลอรี่ / กรัม
  • แอลกอฮอล์ 7 กิโลแคลอรี่ / กรัม
  • ไฟเบอร์ 3 กิโลแคลอรี่ / กรัม
  • น้ำเปล่า 0 กิโลแคลอรี่ / กรัม

ยกตัวอย่าง
คาร์โบไฮเดรต 20 กรัม = 20*4 เป็น 80 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 30 กรัม = 30*4 เป็น 120 กิโลแคลอรี่
ไขมัน 20 กรัม = 20*9 เป็น 180 กิโลแคลอรี่

เคล็ดลับควบคุมแคลอรี่ เพื่อลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย

แอปเปิ้ลกับเบอร์เกอร์

แต่ถึงจะคำนวณแคลอรี่ในแต่ละมื้ออาหารได้ ก็ใช่ว่าจะสะดวกที่จะคำนวณในทุกวัน ทุกเวลา แถมนานวันเข้า อาจจะทำให้รู้สึกรำคาญใจ เพราะอาหารจานหนึ่ง ก็ประกอบไปด้วยอาหารหลายอย่าง และแต่ละอย่างก็มาแบบไม่รู้ว่า น้ำหนักเท่าไร กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เลือกไม่ถูกแล้ว ว่าจะกินอะไรถึงจะดีต่อสุขภาพ เพื่อป้องกันอาการเหล่านี้ เราจึงมีเคล็ดลับมาบอก เพื่อให้คุณทานอาหารได้อย่างมีความสุข ในขณะเดียวกันก็สามารถได้รับปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมด้วย

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
    การได้รับแคลอรี่ในปริมาณที่เหมาะสม ต้องควบคู่กับการได้รับสารอาหารที่หลากหลายด้วย ดังนั้นควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่ก่อน แต่ถ้ากลัวว่าจะได้รับแคลอรี่ที่มากเกินไป ให้เลือกทานอาหารที่ให้ปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสม เช่น
    คาร์โบไฮเดรต ให้รับประทานพวกขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต
    โปรตีน เช่น เนื้อปลา ไข่ไก่ ถั่วเหลือง เต้าหู้
    วิตามินและเกลือแร่ จากผักและผลไม้ สำหรับไขมัน ให้ใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน หรือ น้ำมันพืช เนื่องจากประกอบไขมันอิ่มตัวต่ำ ซึ่งดีต่อสุขภาพ
  2. ทานมื้อเช้า
    การทานอาหารเช้าเป็นประจำมีความสำคัญต่อการควบคุมน้ำหนัก และแคลอรี่ เพราะ การทานอาหารเช้าช่วยปลุกระบบเผาผลาญในร่างกายให้เริ่มทำงานแต่เช้า ทำให้ร่างกายใช้พลังงานได้ดีขึ้นตลอดวัน และการทานอาหารเช้าช่วยปลุกระบบเผาผลาญในร่างกายให้เริ่มทำงานแต่เช้า ทำให้ร่างกายใช้พลังงานได้ดีขึ้นตลอดวัน
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่มีประโยชน์
    ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภท Fast Food ของทอด ของหวาน และน้ำอัดลม เพราะมีไขมันและน้ำตาลสูง ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นแคลอรี่ส่วนเกินที่ไม่มีประโยชน์ เมื่อเผาผลาญไม่หมด แคลอรี่เหล่านี้จะถูกสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะอ้วน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและมะเร็งได้
  4. ออกกำลังกาย
    การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้มากขึ้น ทำให้แคลอรี่ที่รับเข้ามา และ แคลอรี่ ที่ใช้ออกไปสมดุลกัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้นในระยะยาว ทำให้ง่ายต่อการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงโรคอ้วนได้อีกด้วย

แคลอรี่ คือพลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อนำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน และปริมาณที่เหมาะสมก็จะแตกต่างกันออกไปตามเพศ อายุ น้ำหนัก และไลฟ์สไตล์ หากได้รับมากเกินไปจะกลายเป็นไขมันส่วนเกิน แต่ถ้าเผาผลาญมากกว่าที่กิน น้ำหนักก็จะลดลง การเลือกอาหารครบ 5 หมู่ เลี่ยงของหวานมัน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้แคลอรี่สมดุลและสุขภาพดีได้ค่ะ

Advertisement

SGE Logo
Spring Green Evolution

ที่โชว์รูม SGE เราให้คุณได้ ทดลองใช้งานสินค้าฟรี เพราะเราอยากให้การผลิตของคุณเป็นเรื่อง ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม

สินค้า SGE

เครื่องซีลสูญญกาศ SGE
เครื่องซีลสูญญากาศ
แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่
ถุงซีลสูญญากาศ
แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่
เครื่องสไลด์
แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่
ตู้อบลมร้อน
แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่
เตาอบขนม
แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่
เครื่องตีแป้ง
แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่
เครื่องบดหมู
แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่
เครื่องซูวี

Advertisement

Published On: กันยายน 4th, 2025|Categories: บทความ|Views: 2030|

แสดงความคิดเห็นของคุณ

แคลอรี่คืออะไร? แชร์วิธีคำนวณ วันนึงควรได้กี่แคลอรี่
เขียนโดย
TN

Content Writer สายกิน ที่ชื่นชอบของอร่อย และอยากรู้จักเมนูอาหารให้มากขึ้น

Share

ติดตามเรา

ค้นหาสูตรอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • เจลาโต้ คืออะไร? ทำไมถึงแพง และ เนื้อเนียนระดับ Ultra Smooth

    เจลาโต้ คืออะไร? ทำไมถึงแพง และ เนื้อเนียนระดับ Ultra Smooth

  • ปลาหมอคางดํา กินได้ไหม ไขทุกข้อสงสัย พร้อมเทียบชัด ๆ ต่างจากปลานิลอย่างไร

    ปลาหมอคางดํา กินได้ไหม? ไขทุกข้อสงสัย พร้อมเทียบชัด ๆ ต่างจากปลานิลอย่างไร

  • เครื่องสไลด์ขนมปัง ยี่ห้อไหนดี แนะนำ 10 รุ่นน่าใช้ ในปี 2026 ตอบโจทย์คนรักเบเกอรี่

    เครื่องสไลด์ขนมปัง ยี่ห้อไหนดี แนะนำ 10 รุ่นน่าใช้ ในปี 2026 ตอบโจทย์คนรักเบเกอรี่

  • มัทฉะเกรดพิธีการ คืออะไร? วิธีเลือกซื้อและเก็บรักษาให้ได้คุณภาพดีที่สุด

    มัทฉะเกรดพิธีการ คืออะไร? วิธีเลือกซื้อและเก็บรักษาให้ได้คุณภาพดีที่สุด