มีดทำครัวมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ใช้งานต่างกันอย่างไร?
5 มิถุนายน 2025

สำหรับคนทำครัว การมีเครื่องครัวดี ๆ ถือเป็นความสุขใจอย่างหนึ่ง หลายคนจึงพิถีพิถันในการเลือกเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะหม้อ กระทะ ตะหลิว และอีกมากมาย แต่กลายเป็นว่าละเลย และไม่ใส่ใจกับการเลือก มีดทำครัว🔪 สักเท่าไหร่ เพราะคิดว่า มีด แบบไหนก็ใช้ได้เหมือนกัน ขอแค่มีความคม
แต่จริง ๆ แล้ว หากเราพิถีพิถันในการเลือกมีด ใช้มีดให้ถูกประเภทกับวัตถุดิบ จะทำให้การทำอาหารของเรานั้นสนุกขึ้นได้ และมีดที่ดียังส่งผลไปถึงรูปลักษณ์ หน้าตาของอาหาร รสสัมผัส รวมถึงรสชาติ ทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดในการทำครัวได้อีกด้วย วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ มีด ที่ใช้ในการหั่นวัตถุดิบแต่ละประเภท รวมถึง มีดทำครัว ที่ควรมีติดครัวเอาไว้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย
มีด คืออะไร?
มีด คือ อุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทั้งการทำครัว การตัดกิ่งหรือตัดสิ่งต่าง ๆ ภายในสวน แต่ประโยชน์ในการใช้งานล้วนเหมือนกัน คือ ตัด หั่น สับ หรือแล่ ซึ่งการใช้งานเหล่านี้ก็ต้องมีการแยกประเภท เพื่อให้เกิดความเหมาะสม และทำให้ยืดอายุการใช้งานไปได้อย่างยาวนาน โดยการใช้งานส่วนใหญ่ จะเน้นไปที่ มีดทําครัว เพราะถือว่าเป็นการใช้งานที่นิยมมากที่สุดในบ้านนั่นเอง
มีดทำครัว มีแบบไหนบ้าง?
หลาย ๆ บ้านมีมีดติดครัวไว้เพียง 1-2 เล่ม สำหรับใช้หั่นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเนื้อสัตว์ ผัก หรือปอกเปลือกผลไม้ แต่สำหรับร้านอาหาร โรงแรม หรือรีสอร์ท ที่ต้องเน้นทั้งเรื่องรูปลักษณ์ รสสัมผัส และรสชาติ จำเป็นต้องมีมีดหลายแบบหลายชนิด เพื่อใช้ในการหั่นวัตถุดิบแต่ละประเภท จะมีอะไรบ้าง ดังนี้
มีดสเตนเลส

- นับว่าเป็นมีดยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในหมู่พ่อบ้าน แม่บ้าน ไปจนถึงเชฟมืออาชีพเลยก็ว่าได้
- มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนได้ ไม่เป็นสนิม ที่สำคัญมีน้ำหนักกำลังพอดี ทำให้เวลาใช้งานสามารถใช้ได้อย่างคล่องตัว นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการปนเปื้อนในอาหารได้ด้วย เพราะสเตนเลสมีความมันวาว จึงทำให้สิ่งสกปรกติดใบมีดได้ยาก
- ตัวใบมีดนั้นมีความคม เมื่อเวลานำไปลับ ก็จะคมได้ง่าย แต่ข้อจำกัด คือ อาจเสียความคมได้รวดเร็วเช่นกัน
มีดเหล็ก High Carbon

- เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะหาซื้อได้ง่าย อีกทั้งมีความแข็งแรง ทนทานสามารถใช้ได้นาน
- เรื่องของความคม ก็ไม่ต้องห่วง เพราะมีดเหล็กมีความคมสูงมาก มีความหนาและหนักทำให้ไม่ต้องออกแรงเยอะในการหั่นวัตถุดิบต่าง ๆ
- ใบมีด สามารถลับมีดเพิ่มความคม เพื่อใช้งานต่อได้เรื่อย ๆ แต่ข้อเสียของมีดเหล็ก คือ ขึ้นสนิมง่าย การใช้มีดเหล็ก จึงจำเป็นต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอ และไม่ควรแช่น้ำทิ้งไว้อย่างเด็ดขาด และหมั่นเช็ดให้แห้ง และลับคมป้องกันสนิมหลังใช้งานเสร็จ
- มีดเหล็กบางเล่ม อาจมีน้ำหนักเกินไปสำหรับผู้หญิง จึงอาจทำให้จับไม่ถนัดได้ ดังนั้น การการซื้อมีดเหล็กทุกครั้ง จึงต้องลองจับดูให้แน่ใจก่อนว่า มีดเล่มนั้นมีขนาด และน้ำหนักที่พอดีกับมือของเรา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
มีดเซรามิก

- มีดชนิดนี้ทำจาก เซอร์โคเนียม ไดออกไซด์ (Zirconium Dioxide) ซึ่งมีความคมสูง สามารถใช้งานได้นาน และเป็นสนิมยาก ทำให้ทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย
- มีน้ำหนักเบาช่วยให้จับถนัดมือมากขึ้น อีกทั้งมีดทำครัวประเภทนี้ ยังมีคุณสมบัติพิเศษ คือ จะไม่มีกลิ่นของโลหะไปติดอยู่บนวัตถุดิบหลังจากหั่นด้วยมีดเซรามิก จึงหมดกังวลเรื่องอาหารเสียรสชาติจากกลิ่นของโลหะได้เลย
- มีดเซรามิก มีข้อเสียคือ ใบมีดจะมีความเปราะบางกว่ามีดแบบเหล็ก ทำให้ไม่เหมาะกับการหั่น หรือสับวัตถุดิบที่มีความแข็งมาก ๆ เช่น กระดูก อาหารแช่แข็ง เป็นต้น ด้วยอาจทำให้ใบมีดเกิดความเสียหายได้
มีดทำครัวทั้ง 7 ประเภท
1. มีดเชฟ (Chef’s Knife)

- นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของเชฟเลยก็ว่าได้ เพราะเชฟจะต้องหยิบจับมาใช้แทบจะตลอดเวลา และใช้มีดในฟังก์ชั่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสับ หั่น ตัด ปอก แล่ หรือเลาะกระดูก
- นอกจากจะใช้งานหลากหลายแบบแล้ว ยังต้องใช้กับวัตถุดิบหลากหลายประเภท ทำให้เวลาเหล่าเชฟจะเลือกมีดทำครัวสักเล่มมาเป็นอาวุธคู่กายจึงต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน โดยอาจเลือกจากน้ำหนักของมีดว่ามีความเหมาะสมกับมือเราหรือไม่ เวลาจับแล้วต้องรู้สึกไม่หนักเกินไป ใช้งานได้คล่องตัว และหยิบจับสะดวก เพราะมีดเล่มนี้จะอยู่ติดตัวเชฟไปอีกนาน
- ขนาดมาตรฐานของมีดทำครัวสำหรับเชฟอยู่ที่ประมาณ 6-12 นิ้ว
2. มีดปอกผลไม้ (Paring Knife)

- มีดปอก เป็นมีดทำครัวขนาดเล็กที่มีความคมอยู่มาก ใช้สำหรับปอก หั่น ตัดผักและผลไม้ หรือแม้กระทั่งเนื้อบางชนิดได้
- ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด รวมถึงน้ำหนักที่เบา ช่วยให้ใช้งานได้อย่างสะดวก และคล่องตัวมากขึ้น จึงทำให้สามารถใช้กับงานที่ต้องการความละเอียดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมวัตถุดิบด้วย
- ข้อควรระวังสำหรับการใช้มีดปอก คือ ไม่ควรลงน้ำหนักมือเยอะและเร็วเกินไป เนื่องจากใบมีดมีความคมสูง หากใช้ไม่ระวังอาจโดนมีดบาดได้
- ขนาดมาตรฐานของมีดปอกอยู่ที่ 2.5-4 นิ้ว
3. มีดอเนกประสงค์ (Utility Knife)

- มีดอเนกประสงค์ สามารถใช้งานในครัวได้สารพัดประโยชน์ ทั้งหั่น บั้ง ซอย เจาะ ฯลฯ
- โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการหั่นผักและผลไม้
- มีดอเนกประสงค์ มีรูปทรงคล้ายมีดเชฟ แต่ขนาดเล็กกว่า ใบมีดมีความยาวประมาณ 13 เซนติเมตร
- ขนาดมาตรฐานทั่วไปของมีอเนกประสงค์ จะอยู่ที่ 4-7 นิ้ว
4. มีดสับ (Cleaver)

- มีดสับ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มีดปังตอ มีดอีโต้ เป็นมีดที่มีขนาดใหญ่ มีความหนาและน้ำหนักมาก ทั้งนี้เพื่อให้สามารถสับวัตถุดิบที่มีความแข็งได้อย่างสะดวก เช่น สับกระดูก เอ็น โครงไก่ หรือแม้กระทั่งสับเนื้อสัตว์ดิบให้ละเอียด
- การใช้มีดสับก็จะช่วยทุ่นแรงไปได้เยอะเช่นกัน ลักษณะใบมีด จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
- ข้อควรระวัง สำหรับการใช้มีดประเภทนี้ คือ ควรจับให้กระชับและมั่นคง หากจับไม่ดีแล้ว อาจทำให้มีดกระเด็นหลุดมือไปในระหว่างสับวัตถุดิบอยู่ก็เป็นได้
- มีขนาดความยาวประมาณ 6-7 นิ้ว
5. มีดแล่เนื้อ (Carving Knife)

- มีดแล่เนื้อ หรือเรียกอีกชื่อว่า มีดสไลด์ เหมาะสำหรับพ่อครัว แม่ครัว หรือผู้ที่มีความชำนาญในการใช้มีด เพราะถือเป็นมีดเฉพาะทาง
- ใช้สำหรับแล่เนื้อโดยตรง เช่น สไลด์เนื้อหมู สไลด์เนื้อวัว หรือหั่นก้อนแฮมให้เป็นแผ่นบาง ๆ ด้วยปลายมีดที่แหลมและคมซึ่งสามารถเจาะหรือหั่นเนื้อเหนียว ๆ ได้สบาย ๆ ช่วยให้แล่ชิ้นเนื้อได้อย่างสวยงาม
- ส่วนใหญ่มีความยาวของใบมีดราว 20 เซนติเมตร
- ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 8-15 นิ้ว
6. มีดหั่นขนมปัง (Bread Knife)

- มีดประเภทนี้ มีลักษณะเด่นบริเวณใบมีดที่คมและเป็นหยัก ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถหั่น และตัดขอบขนมปังที่แข็ง และหนาได้
- ด้วยใบมีดแบบพิเศษ จึงไม่ทำให้เนื้อขนมปังภายในที่มีความนุ่มแตกออกจากกัน และยังช่วยให้สามารถหั่นขนมปังออกมาได้หลากหลายแบบ
- สำหรับขนาดโดยทั่วไปของมีดหั่นขนมปังจะมีความยาวอยู่ที่ 6-10 นิ้ว แต่เนื่องจากบริเวณใบมีดมีรอยหยักเยอะ จึงทำให้ยากที่จะลับมีดให้คมอยู่ตลอด ส่วนใหญ่จึงนิยมเปลี่ยนมีดใหม่ทุก ๆ 2-3 ปี หรือจนกว่ามีดที่ใช้อยู่ไม่มีความคมแล้วนั่นเอง
7. มีดแล่ปลา (Filleting Knife)

- มีดแล่ปลา ถือเป็นมีดอีกหนึ่งชนิดที่ออกแบบมาให้ใช้งานเฉพาะทาง
- ใบมีดรูปทรงโค้ง มีความบางและแหลม ความโค้ง และบางของใบมีด
- ช่วยในการซอกซอนเข้าเนื้อปลา ให้เลาะก้างปลาออกมาได้ง่ายขึ้น
มีด 3 แบบ ที่แนะนำว่าควรมีติดครัว
- มีดอเนกประสงค์ (Utility Knife) หรือมีดเชฟ (Chef’s knife) เพราะมีความอเนกประสงค์สูง ใช้เป็นมีดหลักในการหั่น แล่ ซอย และสับ
- มีดปอก (Paring Knife) สำหรับใช้ปอกเปลือกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะผักหรือผลไม้
- มีดอีโต้ หรือ มีดสับ (Cleaver) ใช้สำหรับสับเนื้อสัตว์ หั่นกระดูก หรือหั่นอาหารแช่แข็ง
เป็นอย่างไรบ้างคะกับเรื่องของ มีดทำครัว หวังว่าจะได้ความรู้เพื่อนำไปใช้เลือกมีดได้อย่างถูกต้องต่อไป แม้ว่า มีด จะมีหลายประเภทและการเลือกนั้นอาจดูวุ่นวาย แต่ก็อย่ามองข้ามขั้นตอนนี้เชียว ยิ่งใครที่ชอบทำอาหาร ยิ่งต้องพิถีพิถันในการเลือกมีดให้เหมาะสม หากเราเลือกมีดที่เหมาะสมกับตัวเอง รับรองว่างานครัวของคุณจะกลายเป็นเรื่องสนุกและไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และควรระมัดระวังในการใช้และหมั่นรักษาความสะอาดอยู่เสมอ
เมื่อเลือกมีดได้แล้วอย่าลืมศึกษาวิธีลับมีดให้คมอยู่เสมอและเก็บรักษามีดให้ถูกวิธี เพื่อการใช้งานที่ยาวนานและเพื่อประสิทธิภาพของใบมีดนะคะ จะได้มีมีดคู่ใจไว้ทำอาหารโปรดไปนาน ๆ🔪✨
Advertisement

ที่โชว์รูม SGE เราให้คุณได้ ทดลองใช้งานสินค้าฟรี เพราะเราอยากให้การผลิตของคุณเป็นเรื่อง ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม
Advertisement












