ลูกเดือย ต่างกับ ข้าวบาร์เลย์ อย่างไร พร้อมสรรพคุณมากมายที่คุณยังไม่รู้!
9 ตุลาคม 2025

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ สายสุขภาพทุกคน! ทุกวันนี้เราคงคุ้นเคยกับการเลือกธัญพืชและธัญชาติมาดูแลตัวเองกันมากขึ้นใช่ไหมล่ะคะ? เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเมนูเพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของ ลูกเดือย หรือไม่ก็ ข้าวบาร์เลย์ แต่หลายคนคงเคยสงสัยว่า มันต่างกันตรงไหนนะ? บทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ลูกเดือย แบบเจาะลึกกันค่ะ จะได้รู้ว่ามันต่างกันยังไง และเจ้าลูกเดือยเนี่ย มีสารอาหาร มีสรรพคุณอะไรบ้าง เหมาะจะเอาไปทำ อาหารเพื่อสุขภาพ ไหม? ตามเราไปดูกันเลยดีกว่า
ลูกเดือย คืออะไร?
ลูกเดือย คือ ธัญพืช ตระกูลเดียวกับข้าว เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทย เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง เพาะปลูกมากแถวภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีเส้นใยอาหารสูง มีลักษณะของต้น คล้าย ๆ ต้นข้าวโพด เม็ดเป็นสีขาวกลม ๆ รี ๆ รสชาติมันเล็กน้อย ลูกเดือยมีทั้งที่ กินได้ และกินไม่ได้ ชนิดที่กินได้ จะมีเปลือกผลอ่อน ซึ่งเรียกว่า เดือยกิน ปลูกไว้เพื่อใช้ทำเป็นอาหาร และยา


ข้าวบาร์เลย์ VS ลูกเดือย ต่างกันอย่างไร?

ข้าวบาร์เลย์ มีกลูเตน
- ลูกเดือยและบาร์เลย์ ไม่ใช่สายพันธุ์ใกล้เคียงกันเลยค่ะ ลูกเดือย (Job’s tear หรือ Chinese pearl barley) แค่หน้าตาคล้าย ๆ บาร์เลย์ และมักปลูกกินกันแถบบ้านเรา หรือประเทศจีน ส่วนข้าวบาร์เลย์ คือ Barley ถ้าใครไม่คุ้นเคยกับบาร์เลย์ ก็สังเกตง่าย ๆ เวลากินไมโล หรือโอวัลติน ดูค่ะ เพราะในนมเหล่านั้น มีบาร์เลย์เป็นส่วนประกอบหลัก รวมไปถึงฮอร์ลิค เครื่องดื่มมอลท์สกัดด้วย ซึ่งความต่าง คือ ข้าวบาร์เลย์มีกลูเตน เลยทำให้หนึบ ๆ นั่นเอง
ลูกเดือย ไม่มีกลูเตน และเป็นยาบำรุงจีน
- ลูกเดือย นั้น ไม่มีกลูเตน และเป็นยาจีนอีกด้วยค่ะ ในศาสตร์จีนบอกว่า ลูกเดือยเป็นอาหารบำรุงกำลัง บำรุงม้าม กระเพาะ มีฤทธิ์เย็น ดับร้อน ต้านมะเร็ง แก้ปวดตามข้อ ดังนั้น คนที่มีปัญหากับกลูเตน สามารถลองกินลูกเดือยแทนข้าวบาร์เลย์ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก pobpad.com, disthai.com, medthai.com, sukkaphap-d.com
คุณค่าทางโภชนาการของลูกเดือย
ลูกเดือยจัดเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เช่น วิตามินเอ, วิตามินบี1, วิตามินบี2, วิตามินอี, ธาตุแคลเซียม, ธาตุฟอสฟอรัส โดยเฉพาะวิตามินบี 1 ที่มีปริมาณสูงมาก นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนหลายชนิด ที่สูงกว่าความต้องตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) เช่น กรดกลูตามิก ลิวซีน อะลานีน โปรลีน วาลีน ฟินิลอะลานีน ไอโซลิวซีน อาร์จีนีน เป็นต้น และยังมีกรดไขมันจำเป็นชนิดที่ไม่อิ่มตัว เช่น กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิก และกรดไขมันชนิดอิ่มตัว เช่น ปาลมิติก และสเตียริก อีกด้วย
คุณค่าทางโภชนาการของลูกเดือย (100 กรัม)
- พลังงาน 380 แคลลอรี่
- โปรตีน 15.4 กรัม
- ไขมัน 6.2 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 65.5 กรัม
- ไฟเบอร์ 0.8 กรัม
- แคลเซียม25 มิลลิกรัม
- ธาตุเหล็ก 5 มิลลิกรัม
- โพแทสเซียม 435 มิลลิกรัม
- วิตามิน B1 0.28 มิลลิกรัม
- วิตามิน B2 0.19 มิลลิกรัม
- วิตามิน B3 4.3 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของลูกเดือย
ลูกเดือย ช่วยลดความอ้วนได้อย่างไร?
ลูกเดือยเป็นธัญพืช ที่มีไฟเบอร์ เส้นใยอาหารสูงมาก เวลารับประทานแล้ว ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว และเป็นอาหารที่ให้พลังงานไม่เยอะ เมื่อเทียบกับปริมาณที่ทานเข้าไป อีกทั้งเส้นใยอาหารเหล่านั้น ช่วยในการปรับระบบการขับถ่ายได้ดี ช่วยขับกากของเสียอื่น ๆ ออกจากร่างกาย จึงช่วยให้น้ำหนักลดลงได้นั่นเอง
แนะนำเมนูลูกเดือย
น้ำลูกเดือยลดน้ำหนัก

ส่วนผสม
วิธีทำ
- 1
นำลูกเดือยไปแช่น้ำไว้ 1 คืน เพื่อให้ลูกเดือยนิ่ม
- 2
ตักลูกเดือยที่แช่น้ำออก แล้วนำมาพักให้สะเด็ดน้ำ
- 3
นำลูกเดือยที่สะเด็ดน้ำแล้วกับธัญพืชอื่น ๆ ที่เตรียมเอาไว้ มาเทรวมกันในเครื่องปั่น
- 4
ใส่น้ำเปล่าลงไป 3 ถ้วย แล้วปั่นให้ละเอียด
- 5
เมื่อปั่นจนละเอียดแล้ว นำส่วนผสมที่ได้ไปกรองด้วยผ้าขาวบาง จะเหลือแต่น้ำลูกเดือย พร้อมน้ำมาดื่ม
หากใครที่เสียดายกากธัญพืช แนะนำให้ตักกากที่ถูกกรองออก นำมาใส่ในน้ำลูกเดือยตามปริมาณที่ต้องการ โดยตักใส่ก่อนที่จะต้ม แล้วนำมาต้มให้สุก จะได้สูตรน้ำลูกเดือยลดน้ำหนักพร้อมดื่ม อุดมไปด้วยใยอาหารสูง อิ่มอร่อย และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี
ข้อควรระวังในการทานลูกเดือย
- ลูกเดือยไม่เหมาะกับผู้มีปัญหาท้องผูกและปัสสาวะบ่อย รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์
- หญิงตั้งครรภ์ ควรระมัดระวังการรับประทานลูกเดือย เนื่องจากมีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ลูกเดือยอาจเป็นพิษต่อตัวอ่อนในครรภ์ เป็นเหตุให้มดลูกบีบตัว และเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ได้ รวมถึงยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัย หากรับประทานลูกเดือยในช่วงที่ให้นมบุตร
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรระมัดระวังในการรับประทานลูกเดือย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะลูกเดือย อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมากเกินไป
- ในการใช้ลูกเดือยเป็นสมุนไพรรักษาโรค ควรระมัดระวังเช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่น ๆ โดยจะต้องใช้ในขนาดที่พอดีที่ระบุไว้ในตำรับยาต่าง ๆ ไม่ควรใช้ในขนาดที่มากไป หรือใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เด็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง ก่อนจะใช้ลูกเดือยเป็นสมุนไพร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
จะเห็นได้ว่าลูกเดือย อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายจริง ๆ และทุกคนคงได้คำตอบไปแล้วว่า มันแตกต่างจากบาร์เลย์อย่างไร แถมยังช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย สำหรับใครที่อยากมีหุ่นสวย สุขภาพดี คงต้องให้ลูกเดือยเป็นตัวช่วย และเป็นเมนูประจำของบ้านกันแล้วล่ะค่ะ!
สำหรับใครที่มีลูกเดือยเยอะ แนะนำให้เก็บลูกเดือยไว้ใน ถุงซีลสุญญากาศ SGE ใช้คู่กับ เครื่องซีลสุญญากาศ SGE ซึ่งจะทำให้ลูกเดือยไม่โดนอากาศ สามารถเก็บได้ยาวนานมากขึ้นโดยไม่เหม็นหืน
Advertisement

ที่โชว์รูม SGE เราให้คุณได้ ทดลองใช้งานสินค้าฟรี เพราะเราอยากให้การผลิตของคุณเป็นเรื่อง ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม
Advertisement












