กากน้ำตาล คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?
30 พฤษภาคม 2025

“กากน้ำตาล” หรือ Molasses วัตถุดิบที่มีบทบาทหลากหลายในชีวิตประจำวัน ทั้งในครัวที่ใช้ทำขนม ทำอาหาร ไปจนถึงอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ อย่างการผลิตแอลกอฮอล์ ผงชูรส ซีอิ๊วดำ หรือแม้แต่การทำอาหารสัตว์ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก กากน้ำตาล ให้ลึกขึ้นกันค่ะ
กากน้ำตาล คืออะไร?

กากน้ำตาล หรือ โมลาส (Molasses) คือของเหลวเหนียวข้นที่ได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลจากอ้อยหรือหัวบีท มีสีเข้ม กลิ่นหอมเฉพาะตัว และรสหวานขมปนกัน ปัจจุบันกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเอทานอลในภาคพลังงาน การทำแอลกอฮอล์ สุรา ยีสต์ ผงชูรส ไปจนถึงการใช้ในน้ำส้มสายชู ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส และอาหารสัตว์ เพื่อเพิ่มพลังงานและกลิ่นหอม ทำให้โมลาสกลายเป็นวัตถุดิบอเนกประสงค์ที่มีมูลค่าสูงในภาคการผลิตยุคใหม่
ชนิดของกากน้ำตาล
กากน้ำตาล จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด โดยยิ่งผ่านกระบวนการผลิตมากเท่าไร กากน้ำตาลก็จะยิ่งเข้มข้นและมีรสขมมากขึ้น
- กากน้ำตาลครั้งที่ 1 (First Molasses) มีรสหวานจัด สีอ่อน กลิ่นหอมชัดเจน เหมาะสำหรับทำขนม เช่น คุกกี้ ขนมปัง หรือใช้ในกราโนล่าและซอสบาร์บีคิวที่ต้องการความหวานจากธรรมชาติ
- กากน้ำตาลครั้งที่ 2 (Second Molasses) ความหวานลดลง สีเข้มขึ้น รสหวานขมนิด ๆ นิยมใช้ในอาหารรสจัด หรือขนมที่ต้องการมิติของรสชาติ รวมถึงการหมักเพื่อเพิ่มกลิ่นและรส
- กากน้ำตาลครั้งที่ 3 (Blackstrap Molasses) มีรสขมที่สุด เหลือน้ำตาลน้อย แต่อุดมด้วยแร่ธาตุ เช่น เหล็ก แคลเซียม นิยมใช้เป็นอาหารเสริม ปุ๋ยชีวภาพ ปรับปรุงดิน และเป็นอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ในการเกษตรอินทรีย์
กากน้ำตาลกินได้ไหม?
คำตอบคือ ได้ แต่ต้องเลือกให้ถูกประเภท ถ้าเป็น กากน้ำตาลสำหรับบริโภค (Food Grade) อย่างเช่น First Molasses หรือ Blackstrap แบบที่ทำขายสำหรับคนกินโดยเฉพาะ กินได้แน่นอน ใช้ปรุงขนม ใส่ในอาหาร เช่น ขนมปัง ขนมปังขิง ซีเรียล ซอสต่าง ๆ แต่ถ้าเป็น กากน้ำตาลเกษตร ที่ขายทั่วไปตามร้านปุ๋ย ราคาถูก ใช้ทำปุ๋ยหมัก อันนี้ “ห้ามกินเด็ดขาด” เพราะอาจมีสารตกค้างหรือไม่สะอาดพอสำหรับร่างกายเรา

ขนมปังขิง ที่ผสมกากน้ำตาล ช่วยให้รสชาติเข้มข้น เนื้อขนมชุ่มชื้น และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
กากน้ำตาล แตกต่างจากน้ำตาลทรายอย่างไร?

น้ำตาลทรายแดง เป็นน้ำตาลที่ยังคงมี กากน้ำตาลเคลือบอยู่บางส่วน จึงมีสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม รสชาติหวานแบบกลมกล่อม มีกลิ่นหอมคาราเมลนิด ๆ แต่ยังคงมีลักษณะเป็นผลึกคล้ายน้ำตาลทราย เหมาะกับการทำขนมปัง ขนมอบ หรือใช้แทนน้ำตาลทรายขาวในเมนูที่อยากให้ได้กลิ่นและรสที่ลึกขึ้น
ประโยชน์ของกากน้ำตาล
1. ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
แม้จะไม่ใช่ทุกชนิด แต่ กากน้ำตาลบางประเภทก็ใช้ปรุงรสอาหารหรือทำขนม เช่น ขนมปัง ขนมปังขิง (gingerbread) ซีเรียล ซอสต่าง ๆ เพราะมีรสหวานหอมและมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะในต่างประเทศนิยมมาก
2. ใช้ในการเกษตร
ในวงการเกษตร กากน้ำตาลถือเป็นตัวช่วยชั้นดีสำหรับการ เร่งการหมักปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมักชีวภาพ หรือปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ (EM) เพราะในกากน้ำตาลมีน้ำตาลธรรมชาติที่จุลินทรีย์ชอบ ช่วยให้ย่อยสลายวัตถุได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ผสมกับน้ำรดดินเพื่อบำรุงดินให้ร่วนซุย ลดกลิ่นเหม็น และเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในดินอีกด้วย
3. ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
กากน้ำตาลสามารถนำไปใช้ เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ เพื่อเพิ่มพลังงานและทำให้อาหารมีกลิ่นหอม น่ากินมากขึ้น โดยเฉพาะในอาหารวัว ควาย หรือหมู และยังช่วยให้อาหารสัตว์จับตัวเป็นก้อนได้ดีอีกด้วย
ข้อควรระวังและโทษของกากน้ำตาล
1.คุณภาพและความสะอาดของกากน้ำตาล
กากน้ำตาลที่ใช้ทำอาหารต้องเป็นชนิด Food Grade เท่านั้น หากเลือกกากน้ำตาลที่ไม่มีการรับรองความปลอดภัย อาจมีสารเจือปนหรือสิ่งสกปรกที่ไม่เหมาะกับการบริโภค เช่น สารเคมีตกค้าง หรือเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย
2.การเก็บรักษาที่เหมาะสม
กากน้ำตาลที่เก็บไม่ดี เช่น เก็บในที่ร้อนชื้นหรือไม่มีฝาปิดแน่น อาจเกิดเชื้อราหรือจุลินทรีย์ไม่พึงประสงค์ ซึ่งเมื่อใช้เป็นส่วนผสมในอาหารจะทำให้อาหารเน่าเสียและส่งผลเสียต่อสุขภาพ
3.การใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
กากน้ำตาลมีรสหวานและกลิ่นเฉพาะตัว การใช้มากเกินไปในอาหารอาจทำให้รสชาติขมและหนักเกินไป อีกทั้งยังอาจเพิ่มปริมาณน้ำตาลในอาหารเกินความจำเป็น ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
กากน้ำตาล คือวัตถุดิบอาหาร ที่ต้องเลือกใช้ชนิดที่ผลิตสำหรับบริโภคเท่านั้น และเก็บรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและรสชาติที่ดี ทั้งในด้านการอาหารที่เพิ่มเติมรสชาติค่ะ บทความหน้าจะมีสาระอะไรดี ๆ มาฝากอีก อย่าลืมติดตามกันน้า~ 💬📚
ขอบคุณข้อมูลจาก: Verywell Health
Advertisement

ที่โชว์รูม SGE เราให้คุณได้ ทดลองใช้งานสินค้าฟรี เพราะเราอยากให้การผลิตของคุณเป็นเรื่อง ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม
Advertisement














