เทคนิคการใช้ “ไวน์ทำอาหาร” แบบเชฟมืออาชีพ
28 พฤศจิกายน 2025

เวลาทำซอสตามสูตรฝรั่ง แล้วเขาให้ใส่ Cooking Wine หรือ ไวน์ทำอาหาร แต่เราก็งง ๆ ว่าใส่ไวน์ธรรมดาได้ไหม? หรือใส่แล้วทำไมรสชาติมันแปลก ๆ ไวน์ทำอาหารไม่ใช่แค่การเติมของเหลว แต่คือศิลปะในการดึงความหอมและอูมามิออกมาจากวัตถุดิบ วันนี้เราจะมาแชร์เคล็ดลับสำคัญที่เชฟมืออาชีพใช้ในการเลือกไวน์ให้อาหารมีรสชาติลึกซึ้งสมบูรณ์แบบ รับรองว่ารู้แล้วจะใช้ไวน์ทำอาหารได้อย่างถูกต้องและอร่อยขึ้นทันทีเลยค่ะ!
รู้จักกันสักนิด! ไวน์ คืออะไร?

ไวน์ (Wine) เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หมักมาจากผลไม้ โดยนอกจากจะนิยมนำมาดื่มคู่กับเมนูอาหารแล้ว ไวน์ยังนิยมนำไปปรุงรสอาหารด้วย ไวน์สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ไวน์ทำอาหาร และ ไวน์สำหรับดื่ม ซึ่งมีความแตกต่างกันที่คุณภาพ โดยไวน์สำหรับดื่มจะมีความพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบและการบ่มมากกว่า
ไวน์สำหรับทำอาหาร อาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “หางไวน์” เป็นไวน์ที่เกิดจากการบ่มองุ่น ที่เหลือจากการหมักไวน์สำหรับดื่มแล้ว คุณภาพของไวน์ จึงน้อยกว่าไวน์สำหรับดื่ม และราคาถูกกว่า
เมื่อการทำอาหาร ถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ที่ไม่ได้มีเพียงการนำเอาวัตถุดิบที่มี มายำรวมกันแล้วปรุงรสแบบง่าย ๆ แต่ทุกขั้นตอนการทำอาหารสักมื้อ ล้วนเกิดจากความตั้งใจของพ่อครัว หรือแม่ครัวที่ต้องการดึงเอารสชาติที่ดีที่สุดของวัตถุดิบนั้นออกมา ด้วยวิธีการที่เหมาะสมที่สุด
และหนึ่งในวัตถุดิบที่ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร นั่นคือ ไวน์ (wine) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ผู้คนจากทั่วโลกนิยมดื่มคู่กับเมนูอาหาร นอกจากนี้ก็ยังนิยมนำมาใช้ในการทำอาหารทั้งคาวและหวานอีกด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่แปลกที่คุณจะพบเห็นไวน์ที่วางขายอยู่ในตลาด โดยมีทั้ง
- ไวน์ที่ใช้สำหรับดื่มทั่วไป (Regular Drinking Wines)
- ไวน์ที่ใช้สำหรับการทำอาหาร (Cooking Wines)
ความจริงแล้ว การใช้ไวน์สำหรับดื่มในการทำอาหาร จะได้รสชาติที่ดีกว่าการใช้ไวน์สำหรับทำอาหาร เนื่องจากเพราะไวน์สำหรับดื่มจะมีรสชาติดี เข้มข้น กว่าไวน์ปรุงอาหารที่เกิดจากการบ่มองุ่นที่เหลือจากการหมักไวน์สำหรับดื่มนั่นเอง
หลายๆ คนคงทราบกันดีแล้วว่าไวน์ที่ถูกเปิดแล้วต้องรีบรับประทานให้หมดภายใน 2 – 3 เพราะไวน์จะเริ่มสูญเสียรสชาติ หากคุณเป็นคอไวน์ หรือมีธุรกิจที่ต้องเปิดใช้ไวน์บ่อยๆ แล้วไวน์เหลืออยากเก็บไว้นานๆ เราขอแนะนำ ตู้แช่ไวน์ SGE ตู้จ่ายไวน์ ที่สามารถรักษารสชาติไวน์ได้นานขึ้นจากเดิมเพียงแค่ 2-3 วัน เป็น 20 กว่าวันเลยที่เดียวค่ะ
ชนิดของ ไวน์ทำอาหาร มีแบบไหนบ้าง?
การใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประกอบอาหาร มีมาตั้งแต่อดีต ส่วนมากการใส่เหล้า หรือไวน์ลงไปในอาหาร มีจุดประสงค์เพื่อดับกลิ่นคาว และทำให้เนื้อสัตว์มีความนุ่ม ไวน์ที่ใช้ในการประกอบอาหารมีหลัก ๆ 6 ชนิด ได้แก่
ไวน์แดงและไวน์ขาว (Dry Red & White Wines)

ไวน์แดง ไวน์ขาว แบบ Dry คือ ไวน์ที่ปราศจากความหวาน เป็นการหมักจนกว่าน้ำตาลในองุ่น จะกลายเป็นแอลกอฮอล์จนหมด ทำให้ไวน์แดง และไวน์ขาวแบบดราย เป็นไวน์ที่มีความเข้มข้นของรสองุ่นสูง
- ไวน์แดง นิยมใส่ในซอสที่มีสี เช่น ซอสบูร์กิญง (Bourguignonne Sauce) ซอสเนยแดง (Beurre Rouge) ซอสไวน์แดง (Wine Reduction Sauce)
- ไวน์ขาว นิยมใส่ในซอสที่เป็นครีม และใช้ในการ Deglaze กระทะ คือ การเติมไวน์ลงไปในกระทะที่มีน้ำมัน หรืออาหารติดอยู่ก้นกระทะ เพื่อทำซอสปรุงรสจากอาหารนั้น
ไวน์ออกซิไดซ์นัตตี้ แบบไร้ความหวาน (Dry Nutty/ Oxidized Wines)

ไวน์ออกซิไดซ์ ที่เป็นไวน์ที่เปิดให้สัมผัสกับออกซิเจนมากเกินไปจนรสชาติของไวน์เปลี่ยน และนัตตี้ไวน์ เป็นไวน์ที่มีกลิ่นถั่วเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไวน์ ที่บ่มจากองุ่น Chardonnay (ชาร์ดองเนย์) ไวน์เหล่านี้ จะมีกลิ่นและรสชาติต่างกันออกไป ก่อนนำมาประกอบอาหาร จึงควรชิมรสชาติของไวน์ก่อน
- นิยมใช้ในอาหารประเภทน้ำเกรวี่เห็ด เพื่อราดลงบนเนื้อสัตว์ต่าง ๆ
ไวน์สวีตนัตตี้แบบออกซิไดซ์ (Sweet Nutty/ Oxidized Wines)

ไวน์หวานแบบสวีตนัตตี้ เป็นไวน์ที่มีน้ำตาลจากผลไม้ที่ใช้หมัก โดยมากมักมีอายุมากกว่า 10 ปี บางขวดอาจจะมีอายุมากถึง 40 ปี ลักษณะของไวน์ จะมีความหนืด และเหนียวคล้ายคาราเมล มีรสชาติหวาน เก็บได้ไม่นานหลังการเปิดใช้ โดยสามารถเก็บได้ประมาณ 1 เดือนในตู้เย็น
- นิยมใช้ในของหวานที่เข้ากับถั่ว เนื่องจากไวน์มีรส และกลิ่นถั่วจาง ๆ อาหารที่ใช้ไวน์ชนิดนี้ เช่น ซอสคาราเมลราดของหวาน ซอสถั่วราดไอศกรีม
ไวน์ประเภทฟอร์ติไฟด์หรือพอร์ตไวน์ (Sweet Fortified Red Wines Like Port)

ไวน์ประเภทฟอร์ติไฟด์ เป็นไวน์ที่มีการเติมแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ลงไป หรือเติมบรั่นดีสกัดลงไป เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของปริมาณแอลกอฮอล์ลงไปในไวน์ ไวน์ชนิดนี้ จึงมีแอลกอฮอล์สูงกว่าไวน์ชนิดอื่น ไวน์ประเภทฟอร์ดิไฟด์ที่เป็นที่รู้จัก คือ พอร์ตไวน์
- นิยมใส่ในอาหารที่ต้องการความขมเล็ก ๆ ของแอลกอฮอล์ ใช้ได้ทั้งของคาวและของหวาน เช่น ผสมกับช็อกโกแลต เพื่อราดบนเค้ก หรือขนมต่าง ๆ รวมไปถึงผสมกับซอสสเต็ก เพื่อเพิ่มรสชาติ
ไวน์ขาวแบบหวาน (Sweet White Wines)

ไวน์หวานขาว เป็นไวน์ขาวที่มีความหวานสูง และมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำ ไวน์ขาว จะมีความเปรี้ยวมากกว่าไวน์แดง จึงเหมาะกับการนำมาดับกลิ่นคาว หรือเพิ่มความสดชื่นให้อาหารที่ใช้ผลไม้รสเปรี้ยว
- นิยมใส่ทั้งของคาว และของหวาน โดยใส่ในของคาว เพื่อดับกลิ่นคาว โดยเฉพาะอาหารทะเล เช่น การทำซอสเนยหวานราดบนอาหารทะเล และนิยมใส่ในของหวาน ที่มีผลไม้รสเปรี้ยวเป็นส่วนประกอบ เช่น การทำซอสหวานราดทาร์ตผลไม้
ไวน์ข้าว (Rice Wine)

ไวน์ข้าว เป็นไวน์ที่ชาวเอเชียคุ้นเคยดี เช่น มิรินของญี่ปุ่น สาโทของไทย และไวน์ข้าวของจีน แต่ไวน์ข้าวของเอเชีย ไม่นิยมนำมาใส่อาหารมากเท่าของฝั่งตะวันตก นิยมดื่มแกล้มกับอาหารมากกว่านั่นเอง
- ไวน์ข้าว นิยมใส่ในอาหารประเภทผัด โดยเฉพะไวน์ข้าวของจีน เพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหารจีน และใส่เพื่อหมักอาหารประเภทบาร์บีคิวต่าง ๆ
เทคนิคการใส่ไวน์ทำอาหาร ควรใส่ตอนไหน?
ด้วยความที่ไวน์มีเเอลกอฮอล์ การใส่ในไวน์นั้น จึงเริ่มตั้นเเต่ช่วงเริ่มทำจนไปถึงการปรุง เพื่อปล่อยให้แอลกอฮอล์สุก เช่น
- สตูว์ หรือเมนูตุ๋นอื่น ๆ เติมไวน์ในช่วงแรก การเติมไวน์ก็จะอยู่ในช่วงแรกของการเคี่ยว อาหารที่ต้องหมัก ก็ใส่ไวน์ไปพร้อมกับวัตถุดิบอื่น ๆ ได้ในตอนหมักเลย รสชาติของไวน์ จะได้กลบกลืนไปกับรสชาติส่วนผสมอื่น ๆ
- สำหรับซอสหมัก สำหรับซอสหมัก ใส่ไวน์ไปกับเครื่องเทศอื่น ๆ ที่ใช้ในการหมัก เอาไปต้มให้เเอลกอฮอล์ระเหย เเค่นี้คุณก็เอาไปใช้หมักได้เเล้วสำหรับซอสที่ทำจาก reduction หลังจากทอดเนื้อเสร็จในกระทะ ให้เอาเนื้อ เเละชิ้นส่วนไหม้ต่าง ๆ ออกจากกระทะ หลังจากนั้น ก็ใส่ไวน์ เเละ reduce ให้เป็นซอสข้น เเละให้เติมครีม หรือน้ำสต็อกเพิ่ม
- สำหรับเมนูทอดกระทะ เช่น กุ้ง หรือหอยเซลล์ ให้เอาไปใส่กระทะให้เกรียมก่อน เเต่ไม่ต้องสุกพอดี เเล้วค่อยเติมไวน์ไปนิดหนึ่งให้ได้รสชาติ ถ้าใส่เร็วเกินไป จะเป็นการต้นอาหารเเทน ถ้าใส่ช้าเกินไป ก็จะไม่มีเวลาให้เเอลกอฮอล์ระเหย
- สำหรับพาสต้า สำหรับพาสต้า ให้ใส่หัวหอม หรือผักอื่น ๆ ที่ต้องใช้การทอดไปก่อน หลังจากสุกเเล้วค่อยใส่ไวน์
การดื่มไวน์ถือเป็นวัฒนธรรม การปรุงอาหารด้วยไวน์ถือเป็นศิลปะ การดื่มด่ำกับรสชาติของไวน์ ไม่ว่าจะผ่านทางการดื่ม หรือทางอาหารที่ผ่านการปรุงรสมาแล้ว ล้วนแต่สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ลิ้มรสทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่ารสชาติ และคุณลักษณะของไวน์แต่ละประเภท มีความสอดคล้องกับเมนูอาหารที่จะทำ เพียงแค่คุณต้องเลือกใช้ ไวน์ทำอาหาร ในการปรุงรสชาติอาหารให้ถูกประเภทเท่านั้นเอง 🍾🍷
Advertisement

ที่โชว์รูม SGE เราให้คุณได้ ทดลองใช้งานสินค้าฟรี เพราะเราอยากให้การผลิตของคุณเป็นเรื่อง ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม
Advertisement












