15 ผลไม้น้ำตาลสูง กินมากเสี่ยงน้ำตาลพุ่ง
15 สิงหาคม 2025

วันนี้เราจะพาไปดู 15 ผลไม้น้ำตาลสูง ที่หลายคนชื่นชอบและกินบ่อย แต่ควรทานอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ยังได้ประโยชน์จากผลไม้โดยไม่กระทบระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมข้อควรระวังง่าย ๆ และแนะนำผลไม้ที่น้ำตาลต่ำสำหรับคนรักสุขภาพด้วยค่ะ
น้ำตาลจากผลไม้ ต่างจากน้ำตาลทั่วไปอย่างไร
น้ำตาลจากผลไม้ (Fruit Sugar) คือ น้ำตาลธรรมชาติที่มีอยู่ในผลไม้ เช่น กลูโคส ฟรุกโตส และซูโครส ข้อดีคือมักมาพร้อมใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงเร็วเหมือนน้ำตาลทั่วไป
ในทางกลับกัน น้ำตาลทั่วไป (Refined Sugar) เช่น น้ำตาลทรายขาว หรือน้ำตาลจากอ้อย จะเป็นน้ำตาลบริสุทธิ์ที่ร่างกายดูดซึมเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงทันที และไม่มีสารอาหารอื่น ๆ ประโยชน์ของมันแทบไม่มีนอกจากให้พลังงาน
สรุปคือ น้ำตาลจากผลไม้แม้จะหวาน แต่ร่างกายได้รับสารอาหารและใยอาหารช่วยชะลอการดูดซึม ขณะที่น้ำตาลทั่วไปหวานเพียงอย่างเดียวและส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเร็ว การเลือกทานผลไม้จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับสุขภาพระยะยาว
15 ผลไม้น้ำตาลสูงที่ควรระวัง
1. มะขามหวาน

1. มะขามหวาน
มะขามหวานถือเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่สุดในกลุ่มผลไม้ไทย โดยมีน้ำตาลถึง 58.28 กรัมต่อ 100 กรัม ความหวานจัดเกิดจากซูโครสและกลูโคสเข้มข้น ทำให้เมื่อทานมาก ๆ ระดับน้ำตาลในเลือดสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
2. อินทผลัม

2. อินทผลัม
อินทผลัมเป็นผลไม้แห้งที่มีน้ำตาลสูงถึง 55.30 กรัมต่อ 100 กรัม เนื่องจากกระบวนการตากแห้งทำให้ปริมาณน้ำตาลต่อหน่วยน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมาก อินทผลัมจึงเป็นผลไม้ที่อร่อยและให้พลังงานสูง
3. พุทราจีนแห้ง

3. พุทราจีนแห้ง
พุทราจีนแห้งมีน้ำตาลสูงถึง 51.35 กรัมต่อ 100 กรัม เช่นเดียวกับอินทผลัม กระบวนการตากแห้งทำให้น้ำตาลเข้มข้นขึ้น การบริโภคมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว
4. กล้วยน้ำว้า

4. กล้วยน้ำว้า
กล้วยน้ำว้ามีปริมาณน้ำตาลสูงถึง 23.67 กรัมต่อ 100 กรัม เมื่อกล้วยสุก น้ำตาลในกล้วยจะถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับกล้วยไข่ และกล้วยสุก ก็มีน้ำตาลสูง การทานมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเร็ว จึงควรจำกัดปริมาณต่อมื้อ
5.เงาะ

5.เงาะ
เงาะมีน้ำตาลประมาณ 18–20 กรัมต่อ 100 กรัม แม้เนื้อฉ่ำและหวาน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นถ้าทานเยอะ
6.องุ่น

6.องุ่น
องุ่นมีฟรุกโตสสูงประมาณ 15–16 กรัมต่อ 100 กรัม ทำให้องุ่นมีรสหวานและสามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว หากทานหลายผลพร้อมกัน ผู้ป่วยควรระวังและแบ่งทานเป็นมื้อเล็ก
7.เชอร์รี่

7.เชอร์รี่
แม้จะมีขนาดเล็ก แต่เชอร์รี่มีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงประมาณ 13–16 กรัมต่อ 100 กรัม เมื่อรับประทานในปริมาณมากสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นได้เร็ว การเลือกทานเพียงเล็กน้อยจึงเหมาะสม
8.มะม่วงสุก

8.มะม่วงสุก
มะม่วงสุกมีน้ำตาลประมาณ 16–17 กรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งซูโครสในมะม่วงสามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้เร็ว การทานมะม่วงในปริมาณมากจึงควรระวัง
9.มังคุด

9.มังคุด
มังคุดมีน้ำตาลประมาณ 16–17 กรัมต่อ 100 กรัม รสหวานและหอม การทานมากเกินไปอาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่ง
10. สับปะรด

10. สับปะรด
สับปะรดมีน้ำตาลธรรมชาติสูงประมาณ 15–16 กรัมต่อ 100 กรัม การทานมากเกินไปสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ผู้ป่วยควรแบ่งทานและไม่บริโภคพร้อมกันในปริมาณมาก
11. มะปรางสุก

11. มะปรางสุก
มะปรางสุกมีน้ำตาลประมาณ 16–18 กรัมต่อ 100 กรัม รสเปรี้ยวอมหวาน การทานมากเกินไปสามารถทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มเร็ว
12. ลิ้นจี่

12. ลิ้นจี่
ลิ้นจี่มีน้ำตาลสูงประมาณ 24–25 กรัมต่อ 100 กรัม ด้วยรสหวานฉ่ำของฟรุกโตส การบริโภคลิ้นจี่หลายผลพร้อมกันอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
13. ทุเรียน

13. ทุเรียน
ทุเรียนมีน้ำตาลและแคลอรี่สูงประมาณ 23–24 กรัมต่อ 100 กรัม การทานมากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มและระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
14. ลำไย

14. ลำไย
ลำไยมีน้ำตาลธรรมชาติสูงประมาณ 21–22 กรัมต่อ 100 กรัม การบริโภคลำไยในปริมาณมากอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มอย่างรวดเร็ว
15. ขนุน

15. ขนุน
ขนุนมีน้ำตาลและแคลอรี่สูงประมาณ 19–20 กรัมต่อ 100 กรัม แม้ขนุนจะมีกลิ่นหอมและรสชาติหวานอร่อย แต่การทานมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งและเพิ่มน้ำหนักได้
ข้อควรระวัง ในการกินผลไม้น้ำตาลสูง
1.แบ่งทานเป็นมื้อเล็ก
แม้จะเป็นผลไม้สดก็มีน้ำตาลอยู่ การทานเยอะในครั้งเดียวอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว แนะนำแบ่งทานทีละน้อย และทานพร้อมอาหารอื่นเพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาล
2.ระวังผลไม้แห้งและผลไม้สุกจัด
ผลไม้ตากแห้ง เช่น อินทผลัม พุทราจีน ลูกพรุน และผลไม้สุกจัด เช่น กล้วยสุก มะม่วงสุก มีน้ำตาลเข้มข้น การทานมากเกินไปส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็ว
3.ติดตามระดับน้ำตาลหลังทาน
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรตรวจน้ำตาลหลังทานผลไม้ เพื่อดูว่าปริมาณที่ทานเหมาะสมหรือไม่ การติดตามจะช่วยปรับปริมาณผลไม้ให้เหมาะกับร่างกายแต่ละคน
4.หลีกเลี่ยงผลไม้พร้อมของหวานหรือขนม
การทานผลไม้พร้อมน้ำเชื่อม ขนมหวาน หรือไอศกรีม จะเพิ่มน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ควรทานผลไม้สดเดี่ยว ๆ จะปลอดภัยและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น
5.เลือกผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง
ผลไม้ที่มีไฟเบอร์ เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล เบอร์รี่ ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งเร็วและรู้สึกอิ่มนานขึ้น
แนะนำ ผลไม้น้ำตาลน้อย สำหรับคนควบคุมน้ำหนัก
1. แอปเปิลเขียว มีเส้นใยชนิดละลายน้ำในปริมาณสูง จึงชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ กระแสเลือด
2. ฟักทอง มีงานวิจัยพบว่าน้ำตาลโพลีแซ็กคาไรด์ที่ตรึงอยู่กับโปรตีนภายในฟักทอง มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด
3. ตำลึง ทีมผู้วิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทำการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับพืชอาหารสมุนไพรที่ใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือด พบว่าตำลึงมีประสิทธิภาพด้านนี้
4. มะระ พบสารชาแรนทินซึ่งมีฤทธิ์ต้านเบาหวาน
5.อะโวคาโด อะโวคาโด 100 กรัม มีน้ำตาลเพียง 0.7 กรัม อุดมด้วยไขมันดี (HDL) วิตามิน และแร่ธาตุ ช่วยบำรุงสายตา ลดอนุมูลอิสระ และช่วยควบคุมน้ำหนัก
ผลไม้ดีต่อสุขภาพ แต่บางชนิดหวานจัดจนทำให้น้ำตาลพุ่ง สำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือคนที่ควบคุมน้ำตาล จึงควรเลือกทานให้เหมาะสม แบ่งมื้อให้เล็ก และระวังผลไม้สุกจัดหรือผลไม้แห้งค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก thaihealth
Advertisement

ที่โชว์รูม SGE เราให้คุณได้ ทดลองใช้งานสินค้าฟรี เพราะเราอยากให้การผลิตของคุณเป็นเรื่อง ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม
Advertisement












